Article  :  Political   :  Forum  :  Facebook  :  Youtube

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รัฐธรรมนูญที่ปราศจากองคมนตรี (1)

รัฐธรรมนูญที่ปราศจากองคมนตรี:
ว่าด้วยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (1)

ก่อนอื่นขออัญเชิญ พระราชหัถตเลขาของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2477 (ขณะนั้นใช้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันเปลี่ยนศักราช) ที่ทรงพระราชทานแก่คณะราษฎร อันเป็นการประกาศสละราชสมบัติ และทรงแสดงพระราชปณิธานในทางการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยไว้ ณ ที่นี้

********************************

ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเปนของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้า ให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร

บัดนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าความประสงค์ของข้าพเจ้าที่จะให้ราษฎรมีสิทธิออกเสียงในนโยบายของประเทศไทยโดยแท้จริง ไม่เปนผลสำเร็จ และเมื่อข้าพเจ้ารู้สึกว่า บัดนี้เปนอันหมดหนทางที่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือหรือให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนได้ต่อไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอสละราชสมบัติและออกจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์แต่บัดนี้เปนต้นไป ข้าพเจ้าขอสละสิทธิของข้าพเจ้าทั้งปวงซึ่งเปนของข้าพเจ้าอยู่ในฐานะที่เปนพระมหากษัตริย์ แต่ข้าพเจ้าสงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งปวงอันเปนของข้าพเจ้าแต่เดิมมาก่อนที่ข้าพเจ้าได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์

ข้าพเจ้าไม่มีประสงค์ที่จะบ่งนามผู้หนึ่งผู้ใดให้เปนผู้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ต่อไป ตามที่ข้าพเจ้ามีสิทธิจะทำได้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ อนึ่ง ข้าพเจ้าไม่มีความประสงค์ที่จะให้ผู้ใดก่อการไม่สงบขึ้นในประเทศเพื่อประโยชน์ของข้าพเจ้า ถ้าหากมีใครอ้างใช้นามของข้าพเจ้า พึงเข้าใจว่ามิได้เปนไปโดยความยินยอมเห็นชอบหรือความสนับสนุนของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้ามีความเสียใจเปนอย่างยิ่ง ที่ไม่สามารถจะยังประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติของข้าพเจ้าต่อไปได้ตามความตั้งใจ และความหวังซึ่งรับสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ยังได้แต่ตั้งสัตยอธิษฐานขอให้ประเทศสยามจงได้ประสบความเจริญ และขอประชาชนชาวสยามจงได้มีความสุขสบาย.

ประชาธิปก.ปร.
วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477
เวลา 13 นาฬิกา 45 นาที

********************************

เวลาผ่านไป 76 ปีเศษ การณ์กลับปรากฏว่าสภาพการณ์การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่ริเริ่มและนำก่อก่อการขึ้นโดยกลุ่มบุคคลอันประกอบด้วยพลเรือนและทหารทั้งในและนอกราชการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นขุนนางอำมาตย์ รับราชการสนองพระเดชพระคุณใต้เบื้องยุคลบาทของล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 นั้นเอง ยังคงวนเวียนอยู่ในวังวนของการแย่งชิงอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคล "เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญสยามเท่าที่ผ่านมา มีข้อมูลบ่งชี้ว่า เป็นการร่างรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์พระราชทานความเห็นแทบจะโดยตลอด ดังในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกแทนฉบับชั่วคราว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานลงมา ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 พระองค์ทรงเติมคำว่า "ชั่วคราว" กำกับต่อท้ายพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม โดยมีพระราชกระแสรับสั่งแก่คณะราษฎรว่าให้ใช้ พ.ร.บ. ธรรมนูญฯ นี้เป็นการชั่วคราว แล้วให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตั้งคณะอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร

จากบทความเรื่อง "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475" ในเว็บไซต์ของสถาบันพระปกเกล้า (http://www.thaipoliticsgovernment.org/wiki/รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย_พ.ศ._2475) มีข้อความว่า

    ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญมีการประนีประนอมระหว่างคณะราษฎร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และพระมหากษัตริย์ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ดังปรากฏในคำแถลงของประธานอนุกรรมการ ฯ ต่อสภาฯ ว่า

    "…ในการร่างพระธรรมนูญนี้ อนุกรรมการได้ทำการติดต่อกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดเวลา จนถึงอาจจะกล่าวได้ว่า ได้ร่วมมือกันทำข้อความตลอดในร่างที่เสนอมานี้ ได้ทูลเกล้าฯถวาย และทรงเห็นชอบด้วยทุกประการแล้ว และที่กล่าวได้ว่าทรงเห็นชอบนั้น ไม่ใช่แต่เพียงทรงเห็นชอบด้วยอย่างข้อความที่กราบบังคมทูลขึ้นไป ยิ่งกว่านั้น เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก…" (รงส. 34/2475, 24 พฤศจิกายน 2475)

ประเด็นที่ต้องพิจารณาก็คือ ในท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพลังประชาธิปไตยกับพลังปฏิปักษ์ ประชาธิปไตย นับจากการเข้ามามีอำนาจครั้งสำคัญของฝ่ายทหาร ในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 ที่นำโดยนำโดยนายทหารนอกราชการ คือ พลโทผิน ชุนหะวัณ และ นาวาอากาศเอก กาจ กาจสงคราม นั้น...

จุดเปลี่ยนอย่างสำคัญในทางการเมืองการปกครองภายหลังการอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 ก็คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2489 ที่เพิ่งประกาศใช้มาเพียง 18 เดือน และประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่ "คณะรัฐประหาร" จัดเตรียมไว้แล้วอย่างลับๆ จนได้รับสมญานามว่า "รัฐธรรมนูญฉบับใต้ตุ่ม" ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันของตัวแทนทางการเมือง 2 กลุ่มสำคัญ คือ "คณะรัฐประหาร" กับ "กลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม" และมีสาระสำคัญคือเปลี่ยนแปลงจากการจำกัดอำนาจพระมหากษัตริย์ให้กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ถวายอำนาจให้พระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก...

เริ่มจากกำหนดให้ทรงมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และมีพระราชอำนาจในการปลดนายกรัฐมนตรี (มาตรา 78) โดยให้ประธานอภิรัฐมนตรีเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ ทั้งนี้อภิรัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ (มาตรา 9 ) อีกทั้ง พระมหากษัตริย์มีอำนาจในการเพิกถอนรัฐมนตรีได้ด้วยพระบรมราชโองการ (มาตรา 79) และมีพระราชอำนาจในการเลือกวุฒิสภา (มาตรา 33) ทรงมีอำนาจในการตราพระราชบัญญัติในกรณีฉุกเฉินและกรณีการเงิน (มาตรา 80, 81) เป็นต้น ดังนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่งผลให้การกระทำของพระองค์ปราศจากผู้สนองพระบรมราชโองการ และขัดต่อหลักพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะที่ละเมิดมิได้ นอกจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถวายอำนาจให้พระมหากษัตริย์มากและมีการรื้อฟื้น องค์กรทางการเมืองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กลับมา เช่น การรื้อฟื้นอภิรัฐมนตรี เป็นต้น (http://www.thaipoliticsgovernment.org/wiki/รัฐประหาร_พ.ศ._2490 เรียบเรียงโดย ณัฐพล และ รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์)


พิมพ์ครั้งแรก โลกวันนี้ ฉบับวันสุข วันที่ 13-19 สิงหาคม 2554
คอลัมน์ พายเรือในอ่าง ผู้เขียน อริน
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ปรับปรุงเพิ่มเติมจาก โพสต์ครั้งแรก 18 ธันวาคม 2009, 21:30:55
http://www.newskythailand.info/board/index.php?topic=8964.0

พิมพ์ครั้งแรก Voice of Taksin
ปีที่ 1 ฉบับที่ 11 ปักษ์หลัง ธันวาคม 2552
คอลัมน์ รั้งม้าริมผา ผู้เขียน อริน
ร่วมสนับสนุนการเขียนและเผยแพร่ความคิด และกิจกรรมได้โดยโอนเงินไปที่

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส วังหิน
ชื่อบัญชี วัฒนา สุขวัจน์
บัญชีเลขที่ 986-2-87758-8