Article  :  Political   :  Forum  :  Facebook  :  Youtube

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560

2475-2549 โปรดฟังอีกครั้ง (63)

แสนยานุภาพทางทหารกลางมหานคร
ประชาชนคือผักหญ้าในสายตาเผด็จการ

ในเวลากลางวันมีประชาชนหลากหลายกลุ่มอาชีพโดยเฉพาะนักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ในขณะที่สื่อสารมวลชนในกำกับดูแลของรัฐบาลยังคงรายงานข่าวอยู่ตลอดเวลาว่าไม่มีการสูญเสียชีวิตของประชาชน แต่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานภาพของการสลายการชุมนุมและการทำร้ายผู้ชุมนุม ซึ่งหนังสือพิมพ์ในประเทศไทยบางฉบับก็เริ่มตีพิมพ์ภาพความรุนแรงในการสลายการชุมนุม

รัฐบาลสวนกลับกระแสสื่อโดยประกาศให้มีการตรวจและควบคุมการเผยแพร่ข่าวสารทางสื่อมวลชนเอกชนในประเทศ

สำหรับการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ต่อต้านรัฐบาลในครั้งนี้ ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งซึ่งมีจำนวนค่อนข้างมากเป็นชนชั้นกลางในเขตตัวเมือง เป็นนักธุรกิจหรือบุคคลวัยทำงาน มีฐานะและศักยภาพ ที่จะใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทยเ ป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารระหว่างกัน เหตุการณ์พฤษภาทมิฬนี้จึงได้ชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่า "ม็อบมือถือ"
นับจากเวลาประมาณ 18.00 น. มีประชาชนจากทุกสารทิศประมาณ 5 หมื่นคนได้กลับมารวมตัวกันที่บริเวณหน้ากรมประชาสัมพันธ์ และขยายแนวไปจนถึงกระทรวงยุติธรรม หน้าขบวนถือธงชาติโบกสะบัด ทั้งอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ มายืนประจันหน้ากับแนวรั้วลวดหนามและแถวทหาร จากนั้นก็มีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องกันกว่า 10 นาที มีผู้บาดเจ็บล้มตายลงเป็นจำนวนมาก มีเสียงตะโกนด่าทอ พล.อ.สุจินดาระงมไปทั่วบริเวณ

ฝูงชนกระจายกำลังกันพยายามวางเพลิงเผากองสลากฯ และกรมประชาสัมพันธ์
หลังเวลา 22.00 น. หน่วยพยาบาลอาสาสมัครของการชุมนุมซึ่งประจำอยู่ที่ภัตตาคารศรแดง มุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้ย้ายมายังโรงแรมรัตนโกสินทร์ จัดตั้งเป็นหน่วยพยาบาลฉุกเฉิน เพราะกลุ่มแพทย์ซึ่งมีประมาณ 40 คน ประเมินสถานการณ์ว่า การรวมตัวของประชาชนที่บริเวณหน้ากรมประชาสัมพันธ์มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะกัน แล้วงานหนักก็เริ่มขึ้น เมื่อร่างโชกเลือดของผู้บาดเจ็บ และศพวีรชนประชาธิปไตยคนแล้วคนเล่า ถูกหามเข้ามาเรื่อย ๆ หลายคนมีบาดแผลฉกรรจ์ กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวล

คนเจ็บถูกทยอยส่งต่อไปยังโรงพยาบาลโดยรถพยาบาลเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า ที่แล่นเข้ามาพร้อมเสียงไซเรนแผดโหยหวน ทว่ารถพยาบาลส่วนใหญ่ไม่สามารถกลับเข้ามารับผู้บาดเจ็บได้อีกเนื่องจากถูกหน่วยทหารสกัดเอาไว้ ผู้ชุมนุมจึงนำรถเมล์ที่พากันไปยึดไว้มาช่วยขนผู้บาดเจ็บ

จากช่วงดึกคืนนั้น ทางโรงพยาบาลศิริราชก็ประกาศผ่านสื่อสารมวลชนเท่าที่ทำได้ เพื่อรับบริจาคโลหิตเป็นการด่วน

เวลาประมาณ 24.00 น. รัฐบาลได้ออกอากาศข่าวด่วนพิเศษทางโทรทัศน์แถลงปฏิเสธว่า ข่าวทหารยิงประชาชนนั้นไม่เป็นความจริง

หลังเที่ยงคืน ฝูงชนที่ถนนราชดำเนินเริ่มบางตา แต่ยังรวมกลุ่มกันอยู่เป็นกระจุกๆ รอบสนามหลวง ตามอาคารและซอกซอยต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีรถจักรยานยนต์จับกลุ่มวิ่งไปตามถนนสายต่างๆกลุ่มละ 60-70 คัน มีรายงานจากบางแหล่งข่าวอ้างว่าบางกลุ่มมีรถจักรยานยนต์ถึง 500 คันขับขี่ตระเวนทำลายสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยก ป้อมยามป้อมตำรวจถูกทุบเสียหาย บางแห่งก็ถูกเผา โดยเฉพาะสถานีตำรวจจะเป็นจุดที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เล็งเป็นเป้าหมายของ การแก้แค้นแทนฝูงชนที่ถูกสังหารบริเวณราชดำเนิน

ทางรัฐบาลได้จัดตั้ง "หน่วยไล่ล่า" อันเป็นกำลังผสมทหาร-ตำรวจ เพื่อเข้าดำเนินการกับ "ขบวนการมอดตอร์ไซค์" ดังกล่าว โดยเริ่มออกปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม โดยพื้นปฏิบัติการได้กระจายไปทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่ฝั่งพระนครบริเวณสะพานขาว ไปจนถึงฝั่งธนบุรี ตั้งแต่โรงพยาบาลพระปิ่นเกล้า (โรงพยาบาลทหารเรือ) ตลาดพลู บุคคโล ไปจนถึงถนนสาธร แต่ด้วยความคล่องตัวของรถจักรยานยนต์ ทำให้กำลังตำรวจไม่สามารถจัดการกลุ่มรถจักรยานยนต์พิทักษ์ประชาธิปไตยได้อย่างเด็ดขาดในคืนนั้น และขบวนการมอเตอร์ไซค์ก็ได้พลิกสถานการณ์ให้เห็นว่า การใช้กำลังทหารเข้ากวาดล้างสลายการชุมนุมที่กรมประชาสัมพันธ์ไม่อาจหยุดยั้งการต่อสู้ของประชาชนได้เลย

จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 19 พฤษภาคม กำลังทหารเคลื่อนเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินกลางได้ และควบคุมตัวประชาชนจำนวนมากขึ้นรถบรรทุกทหารไปควบคุมไว้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ย้ำว่าสถานการณ์เริ่มกลับสู่ความสงบและไม่ให้ประชาชนเข้ามาสมทบการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอีก แต่แล้วกลับมีการก่อตัวของประชาชนขึ้นอีกที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงในคืนนั้น

ราว 05.00 น. กำลังทหารกว่า 1,000 นายเดินเรียงหน้ากระดานระดมยิงเข้าใส่ฝูงชนตั้งแต่หน้ากรมประชาสัมพันธ์เข้ามา เพื่อหวังเผด็จศึกสลายการชุมนุมให้ได้ก่อนรุ่งสาง ฝูงชนแตกกระจายไปคนละทิศละทาง บ้างคว่ำจมกองเลือดบ้างคลานตะเกียกตะกายให้พ้นวิถีกระสุน กำลังทหารจากทุกๆด้านโอบล้อมต้อนฝูงชนไม่ให้เล็ดลอดออกไปได้ เสียงหวีดร้องดังระงมไปทั่ว เสียงปืนดังเป็นระยะตามจุดต่าง ๆ และในเวลาเพียง 30 นาที ฝูงชนถูกต้อนมารวมกันบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ผู้ชายถอดเสื้อมัดมือไพล่หลัง ส่วนผู้หญิงถูกกันไว้อีกทาง

เวลาประมาณ 06.00 น. ประชาชนราว 2,000 คนเศษ นั่งก้มหน้านิ่งในสภาพถูกจับเป็นเชลยแออัดกันอยู่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ รถยีเอ็มซี 20 คัน รถบัสทหารสองคัน ขนผู้ต้องหาก่อการจลาจลส่งเรือนจำชั่วคราวที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน ซึ่งเหตุการณ์ช่วงสุดท้ายนั้น ไม่มีช่างภาพคนใดได้บันทึกภาพ หรือแม้กระทั่งถ่ายภาพวิดีโอ

ภาพหลังเหตุการณ์ที่ต่อมาสื่อมวลชนเรียกขานว่า "เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ '35" มีคณาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชน 5 สถาบัน ร่วมกันเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาลและผู้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงวิกฤต ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการปราบปรามประชาชนครั้งนี้มีพฤติการณ์ต่างๆ ที่น่าจะไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาประมาณ 5 นาฬิกา (ผู้สื่อข่าวถูกถอนออกมาหมดตั้งแต่เวลา 1 นาฬิกา) ซึ่งผู้ร่วมเหตุการณ์เห็นตรงกันทั้งหมดว่า น่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุด เพราะลักษณะการปราบปรามเป็นการปิดล้อมและระดมยิงเข้ามาทุกด้าน (ยกเว้นทางสะพานพระปิ่นเกล้าซึ่งทหารเรือเปิดให้ผู้ชุมนุมวิ่งออกไป) มีผู้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่ามีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตขณะที่วิ่งหลบเข้าไปตามตรอกซอกซอยต่างๆทุกแห่ง.


พิมพ์ครั้งแรก โลกวันนี้ ฉบับวันสุข วันที่ 29 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2553
คอลัมน์ พายเรือในอ่าง  ผู้เขียน อริน

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

2475-2549 โปรดฟังอีกครั้ง (62)

17 "พฤษภาทมิฬ" 2535
วันกวาดล้างพลังประชาธิปไตย

ก่อนหน้านั้น ในวันที่ 14 พฤษภาคมแกนนำในการชุมนุมประท้วงช่วงต้น จึงจัดให้มีการประชุมร่วมกันเพื่อปรึกษาและสรุปบทเรียนที่ผ่านมา ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เนื่องจากพบว่าการชุมนุมในช่วงแรก (4-11 พฤษภาคม) นั้นแกนนำขาดความเป็นเอกภาพมีความแตกต่างทางแนวคิดและไม่สามารถหาข้อยุติได้ ด้วยขาดองค์กรนำ ที่ประชุมจึงลงมติจัดตั้งสมาพันธ์ประชาธิปไตยขึ้น ประกอบด้วยกรรมการเจ็ดคน คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายปริญญา เทวนฤมิตรกุล, น.พ. เหวง โตจิราการ, น.พ. สันต์ หัตถีรัตน์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ และ ร.ต. ฉลาด วรฉัตร (ภายหลังได้ถอนตัว และให้ น.ส. จิตราวดีเป็นแทน) นอกจากนี้ยังได้ออกแถลงการณ์ ใบปลิว ชักชวนประชาชนเข้าร่วมชุมนุมในเย็นวันที่ 17 ด้วย

ช่วงวันที่ 17 ประชาชนที่เข้ามาร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นจากประมาณ 30,000 คน จากเวลา 15.00 น. เป็น 300,000 คนในเวลาประมาณ 19.00 น. จากนั้นจึงเริ่มเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปทางทำเนียบรัฐบาล ทั้งรัฐบาลได้จัดตั้งกองกำลังรักษาพระนครซึ่งประกอบกันเข้าด้วยกำลังทั้งทหารและตำรวจจำนวนนับหมื่นคน เพื่อรับมือการเคลื่อนไหวของประชาชนที่รวมตัวกันเรียกร้องประชาธิปไตย

ทันทีที่ขบวนเคลื่อนมาเผชิญหน้ากับแนวกีดขวางสะพานผ่านฟ้าฯ การปะทะครั้งก็แรกเริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 21.20-22.00 น. เมื่อการขอร้องตำรวจให้เปิดทางแต่ไม่สำเร็จ ประชาชนจึงพยายามฝ่าแนวกั้นโดยใช้ไม้กระแทกสิ่งกีดขวาง ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์หุ้มมือและเข้าดึงลวดหนาม บางคนก็ใช้มือเปล่า

ช่วงนั้นฝูงชนกลุ่มหนึ่งบุกยึดรถดับเพลิงจำนวนแปดคันที่กำลังฉีดน้ำใส่กลุ่มชน แล้วฉีดน้ำกลับใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจต้องถอยร่นไป แต่ในที่สุดกำลังตำรวจนับพันนายก็บุกตะลุยเข้าชิงรถดับเพลิงคืนได้ โดยใช้กระบองรุมกระหน่ำตีกลุ่มผู้ยึดรถ การปะทะระหว่างฝูงชนกับตำรวจที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ และหน้ากรมโยธาธิการกินเวลานานนับชั่วโมง นอกจากก้อนหินและขวดน้ำแล้ว ยังมีคนใช้ขวดน้ำมันจุดไฟรวมทั้งระเบิดขวดขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดเสียงดังเป็นระยะๆ ทางฝ่ายตำรวจใช้กระบองเข้าทุบตีประชาชน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ (ผู้จัดการฉบับพิเศษ 2535) ผู้สื่อข่าวและช่างภาพหลายคนโดยทุบตี ถูกยึดฟิล์ม กล้อง และอุปกรณ์ต่างๆไป มีผู้บาดเจ็บเลือดอาบรวมถึงถูกทุบตีจนเสียชีวิตหลายราย

จากนั้นสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะควบคุมไม่ได้ ในเวลาประมาณ 23.00 น. มีฝูงชนส่วนหนึ่งยึดสถานีตำรวจดับเพลิง ภูเขาทอง ตามมาด้วยการเผาสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง และการเคลื่อนไหวของประชาชนนับแสนตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินนอก แต่ตลอดเวลาที่เกิดความวุ่นวายอยู่นั้น เส้นทางย้อนกลับไปตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าฯ ถึงสี่แยกคอกวัว ยังคงเป็นการนั่งชุมนุมอย่างสงบ และพล.ต. จำลอง ได้ประกาศต่อที่ชุมนุมว่า ไม่ขอรับผิดชอบต่อการก่อจลาจลทั้งหมดเพราะเป็นฝีมือของมือที่สามที่หวังสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามประชาชน

เวลา 00.30 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม สถานีวิทยุโทรทัศน์ทั้งหมดออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และแต่งตั้งให้ทหารทำหน้าที่รักษาความสงบ ลงนามโดย พล.อ. สุจินดา และ พล.อ.อ. อนันต์ กลินทะ รมว. มหาดไทย

การเผชิญหน้าและการปฏิบัติการตอบโต้กันด้วยกำลังดำเนินมาจนถึงเวลาประมาณ 13.00 น. กำลังทหารวางแนวปิดกั้นบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า ท่าพระจันทร์ สี่แยกคอกวัว และวางลวดหนามขวางถนนราชดำเนินตรงบริเวณหน้ากรมประชาสัมพันธ์ ประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมชุมนุมถูกสกัดไว้ไม่ให้เข้า ในขณะที่ผู้ชุมนุมภายในเหลืออยู่เพียง 2 หมื่นคน

ในเวลา 14.00 น. พล.อ.สุจินดาออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์กล่าวหา พล.ต. จำลองและบุคคลบางคนว่าเป็นภัยต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นผู้ยุยงปลุกปั่นให้การชุมนุมเกิดความรุนแรงจนทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลาย สถานที่ราชการ จึงต้องใช้กำลังทหารตำรวจเข้าปราบปรามขั้นเด็ดขาดเพื่อยุติความเสียหาย

และแล้วในเวลา 15.00 น. กองกำลังรักษาพระนครก็สั่งการให้สลายการชุมนุมจากสะพานผ่านฟ้าฯ ถึงกรมประชาสัมพันธ์ โดยให้เหตุผลว่า "ในขณะนั้นมีผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นจำนวนมากกองกำลังรักษาพระนครได้พิจารณาเห็น ว่า หากการชุมนุมในจุดังกล่าวดำเนินต่อไปจนถึงเวลาค่ำเหตุรุนแรงก็คงจะเกิดขึ้น อีกเหมือนกับที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมาแล้ว (17 พ.ค. 35 ) จึงจำเป็นต้องสลายการชุมนุม"

นับจากมีคำสั่งเข้าสลายการชุมนุม โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังหลบแดดร้อนและพักผ่อนกันอยู่นั้นเอง เสียงปืนก็ดังสนั่นราวฟ้าถล่มทหารเดินดาหน้าเข้าล้อมกรอบกลุ่มผู้ชุมนุมจากทุกทิศ โดยมีรถหุ้มเกราะติดอาวุธหนักเคลื่อนตามมาข้างหลัง ผู้คนนับหมื่นแตกกระเจิงวิ่งหนีหลบไปตามซอกเล็กซอกน้อย ส่วนที่เหลือราว 3,000 คนหมอบราบลงกับพื้น ได้ยินเสียงหวีดร้องและเสียงร้องให้สะอึกสะอื้นท่ามกลางเสียงปืนรัวกระหน่ำ

ผู้ที่หลบรอดมาได้เล่าว่า ทหารนอกจากยิงปืนขึ้นฟ้าแล้ว ยังยิงกราดใส่ผู้ชุมนุมด้วย และมีกองกำลังบางส่วนใช้กระบองเข้าทุบตีผู้ชุมนุมที่นอนหมอบกับพื้นอย่างไม่ยั้งมือ และเมื่อกำลังส่วนหน้าของทหารหน่วยจู่โจมบุกเข้าไปถึง ก็มีสารวัตรทหารร่างยักษ์สองนายตรงเข้าจับกุม พล.ต. จำลองพยายามที่ชูมือแสดงตัวขณะที่หมอบราบอยู่กับฝูงชน ใส่กุญแจมือแล้วนำตัวขึ้นรถออกไปจากที่ชุมนุม

กำลังทหารเข้ายึดพื้นที่ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าฯ ถึงสี่แยกคอกวัวไว้ได้อย่างสิ้นเชิงผู้ชายถูกสั่งให้ถอดเสื้อนอกคว่ำหน้า สองมือไพล่หลังมัดไว้ด้วยเสื้อ ส่วนผู้หญิงนอนคว่ำหน้า หลายคนร่างสั่นสะทกหวาดผวา น้ำตาอาบใบหน้า

รถ ยี เอ็ม ซี 10 คันและรถบัส 3 คน นำผู้ชุมนุมไปกักขังที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน ประมาณว่ามีผู้ถูกจับนับพันคน

แต่การชุมนุมต่อต้านของประชาชนยังไม่สิ้นสุด ประชาชนออกมาชุมนุมอย่างต่อเนื่องทั่วกรุงเทพโดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมมีการตั้งแนวป้องกันการปราบปรามตามถนนสายต่างๆ ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ออกประกาศจับแกนนำอีกเจ็ดคน คือ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล, น.พ. เหวง โตจิราการ, น.พ. สันต์ หัตถีรัตน์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ, น.ส. จิตราวดี วรฉัตร และนายวีระ มุสิกพงศ์ แล้วยังมีรายงานข่าวการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในหลายจุด โดยเฉพาะที่มีความรุนแรงมากในบริเวณถนนราชดำเนิน.


พิมพ์ครั้งแรก โลกวันนี้ ฉบับวันสุข วันที่ 22-28 พฤษภาคม 2553
คอลัมน์ พายเรือในอ่าง  ผู้เขียน อริน
ร่วมสนับสนุนการเขียนและเผยแพร่ความคิด และกิจกรรมได้โดยโอนเงินไปที่

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส วังหิน
ชื่อบัญชี วัฒนา สุขวัจน์
บัญชีเลขที่ 986-2-87758-8