Article  :  Political   :  Forum  :  Facebook  :  Youtube

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ปูมชีวิตองคมนตรี "นายพลากร สุวรรณรัฐ"

ปูมชีวิตองคมนตรี "นายพลากร สุวรรณรัฐ"


นายพลากร สุวรรณรัฐ เป็นที่รู้จักกล่าวขวัญในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ในตำแหน่ง ผอ.ศอ.บต. อย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับ "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" และเป็นหนึ่งใน "ลูกป๋า" ที่ร่วมลงพื้นที่ดูแลปัญหาภาคใต้

นายพลากรป็นบุตรของนายพ่วง สุวรรณรัฐ อดีตปลัดและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ครั้งแรกสมัยรัฐบาลจอมพลถนอนม กิตติขจร (18 ธันวาคม พ.ศ. 2515 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516) และครั้งที่ 2 สมัยรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ (16 ตุลาคม พ.ศ. 2516 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2517) และ ท่านผู้หญิงประสารสุวรรณ สุวรรณรัฐ (นามเดิม ม.ร.ว.ประสารสุวรรณ ทองแถม ธิดาหม่อม เจ้าทองเชื้อธรรมชาติ ทองแถม และหม่อมเจ้าหญิงพันธุ์สิหิงค์ ทองใหญ่) สมรสกับท่านผู้หญิงทัศนียา สุวรรณรัฐ

สำหรับหม่อมเจ้าทองเชื้อ ธรรมชาติ ทองแถม ทรงเป็นพระโอรสใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ พระนามเดิม พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ธิดานายศัลยวิชัย (ทองคำ ณ ราชสีมา)

ตระกูล "สุวรรณรัฐ" มีเชื้อสายของเจ้าเมืองฉวี ซึ่งเป็นเมืองตรี ขึ้นกับเมืองชุมพร และลูกหลานรุ่นต่อๆมาล้วนรับราชการฝ่ายปกครอง โดยในอำเภอสิชล นครศรีธรรมราชก็มี ประมาณ 2-3 ชั่วอายุคน จนมาถึงรุ่นปู่

เดิมทีใช้นามสกุล "ฉวีภักดี" ต่อมาขอพระราชทานตั้งชื่อสกุล ที่ พลโท สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลคำธร กรมหลวงลพบุรีราเมศ อุปราชปักษ์ใต้ นายพลเสือป่ารักษาดินแดน ได้โปรดคิดนามสกุลนี้ให้เมื่อปี 2460 ว่า "สุวรรณรัฐ" โดย "หมื่นสุตสุวรรณรัฐ" (พระยาเจริญราชภักดี) เป็นบิดานายวุฒิ สุวรรณรัฐ หมื่นสุตคีรีรัฐ ถึงแก่กรรมเมื่อปี 2461 อายุได้ 81 ปี นายลื่น สุวรรณรัฐ เป็นบุตรคนโตของหมื่นสมุทรคีรีรัฐ เมื่อลาอุปสมบทแล้ว ได้เข้ารับราชการเป็นทหารกับเจ้าพระยานคร เคยไปตีเมืองมาลายูหลายครั้งและลาออก นายลื่นมีบุตรธิดากับนางทองอยู่ 3 คน คือ ขุนสุวรรณรัฐราช (เดิม), นางแก้ม ณ นคร  และ นายพ่วง สุวรรณรัฐ สมรสกับ ท่านผู้หญิงประสารสุวรรณ สุวรรณรัฐ (หม่อม ราชวงศ์หญิงประสารสุวรรณ ทองแถม บุตรี หม่อมเจ้าทองเชื้อธรรมชาติ ทองแถม พระโอรสใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดา สังวาลย์ เสด็จในกรมรับราชการสนองพรเดชพระคุณพระบทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยโปรกเกล้าฯเป็นหนึ่งใน 4 นายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์ ทั้งยังทรงเป็น องคมนตรี ในเวลาต่อมาอีกด้วย)

"ข้าหลวงพ่วง" รับราชการในสาย "ปกครอง" มาโดยตลอด ทั้งยังเคยเป็นทหารในกองทัพและเป็น"เสรีไทย" ในช่วงสมัยสงครามโลก, เคยเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดสงขลา (2501), รัฐมนตรีสังกัดกระทรวงมหาดไทย 14 ก.พ. 2501, ประจำกองอำนวยการฝ่ายพลเรือน กองบัญชาการคณะปฏิวัติ (2502), ได้รับการแต่งตั้งจาก จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากปี 2502 และประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2511 ในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร, รองเลขานุการกองบัญชาการกองปราบปรามคอมมิวนิตส์ฝ่ายพลเรือน, สมาชิกวุฒิสภาสามัญชุดกรมการปกครอง (2511), ปลัดกระทรวง-รองผู้อำนวยการปราบปรามคอมมิวนิสต์ หรือ กอ.ปค. (2515), ปลัดกระทรวงใช้อำนาจแทนรมว.มหาดไทย, สมาชิกสภานิติบัญญัติ, รมช. มหาดไทย (19 ธันวาคม 2515 - 14 ตุลาคม 2516 และ 1 ตุลาคม 2516 - 22 พฤษภาคม 2517) ฯลฯ

ประวัติการรับราชการและตำแหน่งสูงสุดในรัฐวิสาหกิจของนายพลากร มีดังนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายกิจการพิเศษ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.), ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี,ประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง, กรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย, กรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ กรรมการธนาคารออมสิน

ภารกิจในหน้าที่การงานปัจจุบัน ได้แก่ กรรมการบริหารมูลนิธิอานันทมหิดล, กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา, กรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย, กรรมการมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, กรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชและ รองประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี เมื่อ วันที่ 18 กรกฎาคม  2544

พี่น้องร่วมบิดามารดาของนายพลากร สุวรรณรัฐ
1. ท่านผู้หญิงพรรณวดี จุฑารัตนกุล นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สมรสกับ นายจเร จุฑารัตนกุล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก 2 สมัย และอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ทีเอ็มบี แมคควอรี (ประเทศไทย)
2. นางพิยดา สุวรรณรัฐ ประกอบอาชีพอิสระ สมรสกับนาย เฮนริค แลงเฟลด์
3. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี สมรสกับท่าน ผู้หญิงทัศนียา (โฆวินทะ) กรรมการ บริษัท สหวัฒนาประกันภัย จำกัด
4. นางภราไดย สุวรรณรัฐ สมรสกับ นายทินกร หิรัญพฤกษ์ กรรมการ บริษัทโชว์ไร้ขีด จำกัด (Show No Limit) ซึ่งมีลูกชายเป็นดารานักแสดงหนุ่มชื่อดัง "ภูริ หิรัญพฤกษ์"
5. นาย พระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับราชการในสายมหาดไทยเคยเป็นผู้ว่าราชการหลายจังหวัด และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.)

โพสต์ ครั้งแรก 6 ตุลาคม 2009, 23:23:31
ปรับปรุงเมื่อ 9 ธันวาคม 2009, 01:49:37
http://www.newskythailand.info/board/index.php?topic=7942.0

"วิญญาณหนังสือพิมพ์" : เราไม่ใช่และไม่มีวันเป็นแค่ "แมลงวัน"

"วิญญาณหนังสือพิมพ์" : เราไม่ใช่และไม่มีวันเป็นแค่ "แมลงวัน"


"...สูคนหนังสือพิมพ์
มาแปลงเพศเป็นคนพาล
ทรยศอุดมการ
วิชาชีพอันลือชา
อาวุธหนังสือพิมพ์
คือปลายคมแห่งปากกา
เป็นทวนอันคมกล้า
และโคมทองอันวาววาม
.........
...ในมือสูถือทวน
แต่เดินทวนกระแสธาร
ถือทวนพิทักษ์มาร
แลทิ่มแทงผู้เทิดธรรม"


***********

คอลัมน์กวีในหนังสือพิมพ์ "ประชาธิปไตย" ฉบับประจำวันที่ 9, 11, 12, 14, 15 สิงหาคม 2507 ลงตีพิมพ์บทกวี ชื่อ "วิญญาณหนังสือพิมพ์" ประกอบด้วยฉันทลักษณ์ 3 แบบ โคลงสี่สุภาพ-กาพย์ยานีลำนำ-โคลงห้าพัฒนา ภายใต้นามปากกา "กวี ศรีสยาม" และในเวลาต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีว่า คือ จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชน-นักคิด-นักเขียน-ฝ่ายประชาชนคนสำคัญของไทยหลังกึ่งพุทธกาล และในเวลาต่อมามีเหตุจำเป็นต้องจากบ้านเกิดเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ในวันนี้คงเหลือแต่ชื่อ และความทรงจำหลากหลายแง่มุม

สาเหตุหลักเพียงประการเดียว สำหรับผู้คนส่วนข้างมาก ไม่เฉพาะจิตร ภูมิศักดิ์ พาตัวเองไปสู่สิ่งที่ใครหลายๆคนเชื่อว่าเป็นการไป "ตกระกำลำบาก" คือ ความบีบคั้นจากน้ำมือของระบอบเผด็จการทหารที่สืบเนื่องยาวนานในสังคม ประชาธิปไตยกระท่อนกระแท่น

วันเวลาอย่างนั้น จึงจะอธิบายคำจำกัดความ "จำกัด-ละเมิด-คุกคามสื่อ" ได้ชัดเจน

วันเวลาที่ "เสรีชน" ไม่มี "เสรีภาพ" หรือเกือบจะตั้งคำถามกันได้ว่า "มีเสรีชนจริงหรือไม่?"... เสรีชนเป็นๆ ตัวจริงเสียงจริง ที่พูดได้อย่างที่คิด ไม่ใช่หุ่นชักไร้ชีวิตที่คอยขยับปากและอวัยวะอื่น ตามความประสงค์ของ "นายหุ่น"

กวีนิพนธ์หลายชิ้น บทความหลายบท ของนักคิดนักเขียนร่วมสมัยกับจิตร ภูมิศักดิ์ ผลิตขึ้นภายใต้สถานการณ์ลำเค็ญ... บ้างอยู่ในเรือนจำหรือที่คุมขังอื่นของรัฐเผด็จการทหาร บ้างอยู่ใต้ "พร่างพรายแสง... ดาวดวงน้อยสกาว" (จากเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" โดย จิตร ภูมิศักดิ์ เช่นเดียวกัน)

จากปี 2544 ตรงกันข้ามกับสถานการณ์คุกคามสื่อจากอำนาจรัฐ หัวโจกสื่อ "ฝ่ายตรงข้าม รัฐบาล" ซึ่งในรัฐประชาธิปไตยที่ไหนก็ไม่เคยมี แพร่ข้อความชนิด "หนัก หน่วงรุนแรง" ตามแรงเชียร์ของ "พันธมิตรฯ" และ "บริษัทบริวาร" ขนาดไหนก็ได้ ชุมนุมผู้คนที่แสดงอากัปกิริยา "ก้าวร้าว-ต่ำทราม" ขนาดไหนก็ได้ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น "exhibitionist")

ก็เห็นจะจะ กับสองตากลางสนามหลวงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 ผู้คนจำนวนหนึ่งไปด้วยความอยากเปิดกว้างทางความคิด แล้วมีอันให้ต้องผงะ หันหลังกลับแทบไม่ทัน เมื่อสองหูสองตามีอันต้องเสพรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ กับความ "กักขฬะหยาบช้า" เข้าเต็มเปา โดยอาศัยใบปะหน้า "ประชาธิปไตย" ที่สีสันเจื่อนเพี้ยนกระดำกระด่างเต็มทีแล้วในพ.ศ.ปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์ช่างซ้ำรอยเพื่อประจานภาวะพายเรือในอ่างของกระบวนการประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือนครอบงำ โดยกลุ่มปฏิปักษ์ประชาธิปไตยที่แปลงรูปมากจากนักประชาธิปไตยในห้วงเวลาไกลโพ้น บางคนถึงกับเผลอหลุดคำสารภาพกึ่งรำพึงถึง "ความเย้ายวนของอำนาจ" ที่ยากปฏิเสธ

ทุกวาทกรรม ทุกคำกล่าวหา ตลอดเวลาครึ่งทศวรรษมานี้ หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนและเป็นธรรม จะเห็นการย้อนรอยในลักษณะ "ขโมยร้องจับโจร" ยังไงยังงั้น

จะเป็นปราชญ์หรือปาดก็ดี จะเป็นนักวิชาการหรือนักวิชาเกินก็ดี จะมีอาวุโสหรืออ่อนอาวุโสก็ดี จะเป็นพลเมืองหรือเป็นราษฎรก็ดี ที่ประสานเสียงแปร่งปร่าของคำว่า "ทักซิโนมิกส์" นั้น คือต้นทางของการแบ่งแยกผู้คนในสังคมให้เป็นฝักเป็นฝ่ายไปเรียบร้อยแล้ว

"ปฏิกูล" จากสนามหลวงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นั้นเอง ที่ดึงดูดฝูงแมลงวันนับร้อยนับพันให้ลงเสพกลืน อาศัยเป็นภักษาหารเลี้ยงชีวิต และยังเพาะเชื้อความเน่าเหม็น สั่งสมนำมาเสพกลืนต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้

"หยุดก่อน... หยุดก่อน... หยุดก่อน..." (จากวรรคนำเพลง "หยุดก่อน" ของ กลุ่มคนดนตรี "คาราวาน" เมื่อครั้งอยู่บ้านเช่ากินข้าวแกงข้างถนน ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาสามัญชน)

วลีอย่างนั้นใน 3 ปีของการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ควรที่จะหวนนำกลับมาเรียกร้องกันอีกหน ด้วยความหมายเดิม และมีเป้าหมายเดิมไปที่กลุ่มอำมาตยา-อภิชนาธิปไตย-เผด็จการทหารทุกรูปแบบ

ที่ สำคัญอย่างยิ่งในโลกสื่อสารไร้พรมแดน คือเน้นการเรียกร้องไปที่ "กระบอกเสียง" ทุกรูปแบบ สื่อทุกสื่อ ให้ "หยุด" สร้างความชอบธรรม-เสริมความแข็งแกร่ง ให้แก่ระบอบอำมาตยาธิปไตย

"หยุด-ถือทวนเดินทวนกระแสธาร หยุด-ถือทวนพิทักษ์มาร"

นั่นคือ สื่อทั้งหลายจง "หยุด" เพื่อพิจารณาทบทวนจุดยืนและบทบาทในชั่วเวลา 3 ปีมานี้ โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนข้างมากเป็นที่ตั้ง เหลียวหาบรรดาผู้คนที่ "เป็นเพื่อนทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น" และ...

ปฏิเสธการรับใช้กลุ่มอำนาจทั้งมวล ที่เป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย

นั่นคือ กลับมายืนอยู่ข้างเดียวกับประชาชนเถิดครับ ถ้าเรารักประชาธิปไตยอย่างที่ปากพูดและอย่างที่ปากกาเขียน

หยุดมีชีวิตอยู่เพียงเพื่อสนองประโยคเลื่อนลอย-เก่าคร่ำคร่า-เร่อร่า-ล้าสมัย-ไร้ จุดยืน อย่าง "แมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวันด้วยกัน".


พิมพ์ครั้งแรก โลกวันนี้  ศุกร์ 9 พฤษภาคม 2551
คอลัมน์ พายเรือในอ่าง  ผู้เขียน อริน
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
การนำไปทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอก ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ร่วมสนับสนุนการเขียนและเผยแพร่ความคิด และกิจกรรมได้โดยโอนเงินไปที่

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส วังหิน
ชื่อบัญชี วัฒนา สุขวัจน์
บัญชีเลขที่ 986-2-87758-8